วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

รักแบบพอเพียง

รักแบบพอเพียง

ผมในฐานะผู้ชายไทยคนหนึ่งที่รักภรรยามากๆ อยากจะเล่าเรื่องตัวเองกับภรรยาให้ฟังบ้าง ภรรยาผมตั้งแต่คบมา 12 ปีนั้น ไม่เคยเลยครับ:
  1 ไม่ทำงานบ้านใดๆเลย ไม่ชอบและไม่ทำ มีบ้างนานๆครั้ง นับครั้งได้
  2 ไม่ทำอาหารให้ทานเลย
  3 ไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ผมรักหมามาก แต่ เมียไม่ให้เลี้ยงก็ไม่เลี้ยง (วุ้ย) เมียกะหมานะ เลือกหมา เอ้ย เมียอยู่แล้ว
  4 ไม่เคยพูดคำหวานหรือ ให้การด์ในวันสำคัญ ผมต่างหาก ชอบ surprise เค้าทุกครั้ง (มีบ้างที่เค้าให้การด์คือ ผมทวง !)
  5 รายได้ผม เดือนเป็นแสนๆ เค้าเก็บบริหารในบ้านหมด ผมได้ใช้อาทิตย์ละ 1,500 ครับ น้อยกว่าเด็กจบใหม่อีก
  6 ขี้บ่นมากๆๆ บ่นทุกเรื่องที่บ่นได้
  7 ไม่ชอบแต่งตัว ไม่เคยแต่งหน้าไปทำงานในชีวิต
  8 ไม่ชอบเปิดมือถือ จนเพื่อนเค้ารำคาญกันไปหมดแล้ว
  9 ไม่ชอบเดินห้าง ไม่ชอบของทันสมัย hi-tech ซึ่งตรงข้ามกับผม
แต่....
     ผมรักเธอมากยิ่งกว่าชีวิตผม ผมตายแทนเมียได้ทุกเมื่อ เงินประกันชีวิตเป็นชื่อเธอคนเดียว ทุกข้อที่ยกตัวอย่าง ส่วนใหญ่ผมรับได้แต่ต้น บางข้อผมอึดอัดในตอนต้นแต่คุยกันแล้ว ผมรับได้ครับและตามใจเธอทุกอย่าง  อะไรที่ทำแล้วแฟนผมมีความสุข ผมทำให้ได้ทุกอย่าง ทุกวันนี้ชินและมีความสุขมากๆๆ ถ้าภรรยาผมไปปรับปรุงตัวเองให้เด่นหรือแปลกไป ผมรับไม่ได้ครับ เพื่อนมันล้อว่า กลัวเมียบ้าง ผมเฉยครับและบอกว่าผมมีความสุขมากๆอยู่แล้ว ไม่แคร์ใครครับ ถ้าให้เลือกระหว่างเพื่อนกับเมีย? ผมเลือกเมียครับ เวลาคุณแก่ เวลาคุณป่วย เวลาคุณจะตาย คุณจะกุมมือเพื่อนแล้วร้องไห้หรือป่าวครับ? ก็ไม่ใช่ ลูกเมียต่างหาก คือ คนที่จะแบ่งปัน ทั้งสุขและทุกข์กับเรา ผมโชคดีที่มีเพื่อนดีๆ ที่ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวผม ชีวิตผม ผมเลือกเองครับ ผมรักของผมแบบนี้แต่สิ่งที่จะบอกทุกคนคือ
  1 คุณเลือกแฟนของคุณแบบนี้เอง ถ้าเค้าไม่ถูกใจจะไปบ่นทำไม
  2 No one is perfect. คุณก็ไม่ perfect ผมก็ไม่perfect แต่ ถ้าคนสองคนรักกันมากๆ เราจะมองแต่ข้อดีของกันและกันครับ Positive thinking กับชีวิตครับ แล้วชีวิตจะมีความสุข
  3 อย่าไปเปรียบเทียบชิวิตคู่เรากับคนอื่น เทียบสูงไม่เท่า เทียบต่ำยังเหลือ เรายังโชคดีกว่าคนหลายล้านในโลกที่มีโอกาส รัก และ ถูกรักหลายคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะเดิน พูด หรือ ทานข้าวเอง ผมและครอบครัวเพิ่งไปบริจาคเงินและเลี้ยงเด็กพิการปากเกร็ดมา ชีวิตหลายร้อยชีวิตในที่แห่งนั้นลำบากกว่าเราเป็นร้อยเป็นพันเท่า และใครบางคนมัวแต่วิจารณ์สิ่งที่ไม่ดีของคนข้างตัวที่ เราเป็นคนเลือกเอง นิ้วหนึ่งนิ้วที่ชี้ต่อว่า แฟนคุณนั้น อีกสี่นิ้วชี้หาตัวคุณเองนะครับ ถ้าคุณเบื่อแฟนคุณเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วไปมีคนใหม่ เดี๋ยวคุณก็หาเรื่องติ หาเรื่องว่าแฟนคนใหม่คุณได้อีก คุณไม่รักและภูมิใจในแฟนคุณแล้ว ใครจะรักครับและผมไม่อยากให้ผู้หญิงเอาเรื่องผมไปให้แฟนคุณอ่านเพื่อให้ทำตาม คนไม่ใช่หุ่นยนต์ครับ กรุณาเคารพตัวตนปัจเจกชนของผู้ชายแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันด้วย เพราะผู้หญิงหลายคนหรือคุณเองก็ทำสิ่งดีๆที่แฟนผมทำมากมายให้ผมไม่ได้ ภรรยา
ของผมมีข้อดีเป็นล้านๆๆข้อ มากกว่าข้อเสียเก้าข้อข้างต้น เช่น
    - เป็นเด็กเรียน ไม่เคยเที่ยวกลางคืนในชีวิต
    - ไม่ดื่มเหล้าเบียร์และเล่นอบายมุขใดๆ
    - เป็นคนใจบุญมากๆ
    - ท่องชินบัญชรได้คล่อง ตอนแต่งงาน ท่องบทสวดได้หมด ผมไม่ได้เลย! อายสุดๆๆ สุดท้ายผมก็พัฒนาเรื่องทางธรรมไปให้ใกล้เธอมากที่สุดพยายามครับ
    - ภรรยาผมให้นมลูกเองมาสองปีกว่า เหนื่อยมากๆ แต่เธอก็ไม่บ่นสักคำ ผมซึ้งมากครับ มีกี่คนในประเทศที่เป็นแบบนี้ ผมภูมิใจของผมเองนะ ไม่ได้โอ้อวด
    - ผมจะถอยรถ Accord ป้ายแดงให้ภรรยา เธอยืนยันขอขับรถเล็กคันเก่าสองแสนโลดีกว่า ไปเรื่อยๆ ไม่รีบ ?? ซื้อมาราคาลดสมชื่อ เก็บเงินให้ลูกดีกว่า เธอว่างั้นครับ
    - เรื่องอื่นๆฟุ่มเฟือยไม่ต้องพูดถึง เธอใช้มือถือรุ่นเก่าสุดครับ ยิ่งไปกว่านั้น
    - ผมเป็นแฟนคนแรกในชีวิตเธอครับ เดี๋ยวนี้อย่าถามวัยรุ่นสมัยนี้เลยครับเรื่องนี้
    - อายุสามสิบต้นๆ เราปลดหนี้บ้าน 150 ตารางวาแถวรามคำแหง ราคาตลาดตอนนี้ 8-10 ล้านในเวลาเพียง 6 ปี
    - เรามีรถหลายคัน เรามีทุกอย่างที่เราอยากได้ มีเงินเก็บเป็นล้าน ไปเที่ยวเมืองนอกทุกปีด้วยการบริหารเงินในบ้านของเธอ เราคิดว่า ก่อนสี่สิบเราสามารถเกษียณตัวเองได้ ถ้าเราอยากทำทั้งที่เราสองคนเริ่มต้นจากศูนย์ทั้งคู่ โหนรถเมล์มาด้วยกัน  ทุกอย่างมาจากสองมือเรา ไม่มีมรดกจากที่บ้านเลยเพราะที่บ้านเราทั้งสองรับราชการทั้งคู่ผมอยาก สรุปสั้นๆว่า ถ้าเรามัวหลงละเลิงกับกิเลสรอบข้างไม่ว่าจะเป็นกิ๊กใหม่ที่ดูสาวกว่าแฟนเรา ดูหนุ่มดูดีกว่าแฟนเรา ปรับตัวเราไปให้ดึงดูดเค้า เราจะไม่มีวันพอใจกับคู่และชีวิตเลยครับ คุณจะเหนื่อยตลอดชีวิตและไม่มีวันพบรักแท้ ลองนึกเล่นๆว่า ถ้าสมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่เราสมัยนั้น เป็นแบบรุ่นเราบางคนสังคมไทยคงวิบัติสุดๆครับ เราคงไม่อยากให้รุ่นลูกรุ่นหลานของเรานำด้านไม่ดี
ของรุ่นเราไปปรับใช้นะครับ เหรียญมีสองด้านครับ อยู่ที่มองด้านไหน คุณอาจจะปรับตัวเองเพื่อหลอกบางคน บางเวลาได้ แต่คุณหลอกทุกคน ทุกเวลาไม่ได้เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดครับ เค้าจะรักที่ตัวคุณ ไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องประดับหรือเงินคุณ จงพอใจกับคู่ของคุณเพราะ 'คุณเป็นคนเลือกเองครับ' ก่อนมาเขียนก็เกริ่นๆ กับภรรยาแล้วแต่เค้าไม่อยากให้มาเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟัง แต่ผมคิดว่าจำเป็นครับ สังคมไทยจะได้มีอีกมุมมองที่แตกต่างกันไปในทางที่ดีครับ.