วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ประเพณีการให้ของขวัญในวัฒนธรรมต่างๆ

ประเพณีการให้ของขวัญในวัฒนธรรมต่างๆ

การให้ของขวัญ เป็นการแสดงความยินดี เป็นประเพณีร่วมกันของคนทุกเชื้อชาติ ทุกประเทศ สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วมีการส่งของขวัญเพื่อเป็นการฉลองโอกาสต่าง ๆ เช่น
    - การฉลองการมีบุตร
    - งานฉลองสำหรับ 1 เด็ก ที่อายุครบ 3 ขวบ 5 ขวบ 7 ขวบ
    - วันเกิด
    - การเข้าศึกษาต่อ
    - การจบการศึกษา
    - การเข้าทำงาน
    - การแต่งงาน
    - การขึ้นบ้านใหม่
    - การเลื่อนตำแหน่ง
    - การฉลองอายุครบ 60 ปี เป็นต้น

ของขวัญวันเกิด
     วันคล้ายวันเกิดเป็นวันสำคัญพิเศษเฉพาะบุคคลที่เวียนมาครบรอบ ในแต่ละปี ประเพณีการฉลองวันเกิดนั้นเป็นประเพณีของต่างชาติ ที่คนไทยเรารับวัฒนธรรมนี้มาใช้ในต่างประเทศ มีการฉลองวันสำคัญต่างๆมากมาย รวมทั้งการฉลองวันเกิดบุคคลสำคัญๆ ของประเทศชาติ ซึ่งกระทำกันปีละ 1 ครั้ง
     เมื่อวันนั้นเวียนมาถึง ต่อมาในครอบครัวแต่ละครอบครัวก็รับเอาประเพณีนี้มาใช้ โดยถือว่าบุคคลในครอบครัวนั้นๆ เป็นคนสำคัญสำหรับเขา จึงได้จัดงานฉลองวันเกิดขึ้น เพื่อให้เกียรติเป็นการระลึกถึงความสำคัญ ระลึกถึงความมีอายุ ยืนนาน หรือความโชคดีที่มีอายุยืนนานครบรอบอีกหนึ่งปี โดยมักมีการจัดฉลองขึ้น มีขนมเค้กปักด้วยเทียนสี่สวยงามมีจำนวนเกินกว่าอายุจริง 1 ปี เพื่อมีความหมายในการต่ออายุให้ยืนยาวไปล่วงหน้าอีกหนึ่งปี
     สำหรับประเทศไทยเราในวันคล้ายวันเกิด เรามักจะตื่นเช้า เพื่อทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ บางคนถือว่าควรตักบาตรเท่าจำนวนอายุของตน หรือให้เกินไปอีกหนึ่ง เพื่อต่ออายุในปีต่อไปอีกปีหนึ่ง นอกจากนี้อาจไปทำบุญบริจาคทาน
     ให้กับสาธารณกุศลเพื่อสร้างบุญกุศล เป็นการไม่ประมาทในการครองชีวิต และยังได้ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม เป็นคุณความดี
     ที่จะติดตัวไป และนำโชคดีมาสู่ตนในปีต่อๆไป
     วันคล้ายวันเกิดยังเป็นโอกาสดีที่มีการให้ของขวัญกัน เพื่อแสดงความรัก ความคิดถึง ความมีอัธยาศัยไมตรีอันดี กับคนที่เรารักใครผูกพันธ์

การส่งของขวัญ
     ความหมายดั้งเดิมของการส่งของขวัญคือ การสื่อความรู้สึกไปสู่อีกฝ่ายหนึ่งในรูปของสิ่งของ เวลาส่งของขวัญคนญี่ปุ่นจะให้การเอาใจใส่กับการห่อ ทั้งนี้เพราะประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว การไม่แสดงความรู้สึกออกมา
     อย่างโจ่งแจ้ง ถือเป็นความงดงามทางคุณธรรมอย่างหนึ่ง คนญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการ "ห่อหุ้มความรู้สึก" อย่างมาก คนญี่ปุ่นสมัยก่อนได้พยายามหาวิธีที่จะห่อของขวัญให้ดูสวยงาม จึงได้ให้กำเนิด "วิธีการห่อของขวัญ" ที่งดงามเกิดขึ้นมากมาย อย่างไรก็ตามวิธีการเช่นนี้บางครั้งทำให้มีการให้ความสำคัญกับลักษณะภายนอกของห่อของขวัญมากกว่าสิ่งของที่อยู่ภายใน
     นอกจากนั้นการห่อที่มากเกินไป ยังก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม ห้างสรรพสินค้าหรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต มักห่อของขวัญ ด้วยกระดาษรีไซเคิล หรือไม่ก็ห่อแบบง่ายๆ นอกจากนั้นการใช้ ผ้าห่อของ ที่เรียกว่า ฟูโระชิกิ แบบดั้งเดิมก็กลับมานิยมอีก
     ทั้งที่เวลาที่จะมอบของขวัญที่ห่อด้วยผ้าฟูโระชิกิ ให้อีกฝ่ายหนึ่ง โดยทั่วไปจะเอาผ้าออกต่อหน้าอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่จะมอบให้ ส่วนการไม่เปิดของขวัญทันทีที่ได้รับนั้น มีความเป็นมาจากประเพณีการถวายของแก่เทพเจ้าในสมัยโบราณ โดยเริ่มแรกจะนำของขวัญนั้นถวายแด่เทพเจ้า หลังจากนั้นหัวหน้าครอบครัวจะเป็นผู้เปิด จากประเพณีนี้จึงถือเป็นมารยาทที่ไม่เปิดของขวัญทันทีที่ได้รับ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเคร่งครัดมากนัก

ของขวัญ : วัฒนธรรมของญี่ปุ่น : โอะยูริโมะโนะ
    
ประเพณีการให้ของขวัญในญี่ปุ่น มีลักษณะพิเศษ คือ มีการให้ของขวัญตามฤดูกาล กล่าวคือ
     โอะ-ชูเง็น- ในฤดูร้อน
     โอะ-เซะอิโม - ในฤดูหนาว
     ซึ่งแตกต่างจากการให้ของขวัญ เพื่อแสดงความยินดีโดยเป็นการส่งของขวัญเพื่อเป็นการขอบคุณต่อผู้ให้ความช่วยเหลือด้วยดีเสมอมานั่นเอง
     คนทั่วไปจะส่งของขวัญให้พ่อแม่หรือนะโกโดะ คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในงานแต่งงานหรือพ่อสื่อ แม่สื่อ นั่นเอง เจ้านาย ครู แพทย์ประจำครอบครัว ในกรณีของบริษัทส่วนใหญ่จะส่งของขวัญให้กับ
     บริษัทที่ติดต่อค้าขายกันอยู่นั่นเอง
    
การให้ของขวัญตอบแทน - โอะ - คะเอะชิ
     การให้สิ่งของเพื่อตอบแทนของขวัญที่ได้รับ นับเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการให้ของขวัญในญี่ปุ่น และไม่ต้องกังวลว่าอุตส่าห์มอบของขวัญให้แล้วอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่เข้าใจความปรารถนาดีของผู้ให้ เพราะคนญี่ปุ่นจะแสดงความขอบคุณต่อของขวัญที่ได้รับ
     โดยการมอบของขวัญตอบแทน ที่เรียกว่า โอะ-คะเอะชิ การแสดงความขอบคุณด้วยการส่งบัตรแสดงความขอบคุณนั้นยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แต่การส่งของขวัญตอบแทนในทันทีจะเป็นการเสียมารยาท ถ้าเป็นกรณีแสดงความยินดีควรส่งภายในรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ได้รับของขวัญ

ส่วนกรณีการแสดงความเสียใจ
     ควรส่งหลังจากประกอบพิธีที่ระลึกถึงผู้ตายเมื่อครบสี่สิบเก้าวัน หรือถ้าไม่ส่งของตอบแทนก็จะจดบันทึกไว้ก็ได้ เมื่อถึงโอกาสที่อีกฝ่ายหนึ่งเกิดกรณีแบบเดียวกันนี้ขึ้นจึงส่งของขวัญไปให้

สำหรับกรณีการตอบแทนการมอบเงินช่วยในงานศพ
     จะไม่มีการส่งบัตรขอบคุณ ทั้งนี้เพื่อมิให้ครอบครัวของผู้ตายรู้สึกเศร้าโศกยิ่งขึ้น และแม้แต่เงินที่ได้รับมอบในงานศพก็ยังมีการให้ของขวัญตอบแทน
     อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ระยะหลังๆ มักนำไปบริจาคให้องค์การการกุศลมากขึ้น

ในกรณีของการแสดงความยินดีต่อเด็กแรกเกิดและงานฉลองอื่นๆ ภายในครอบครัว
     จะให้ของขวัญตอบแทนเป็น ข้าวแดง (เซะกิซัน) และน้ำตาลสีแดงและขาว เพื่อเป็นการแบ่งปันความปิติยินดี ให้กับผู้ที่ส่งของขวัญมาอวยพร

ในงานเลี้ยงฉลองการแต่งงาน
     แขกที่มาร่วมงานจะได้รับของขวัญตอบแทนที่เรียกว่า มิกิเดะโมะโระ ในประเทศญี่ปุ่น มีการให้ เงินสด เป็นของขวัญในหลายๆ กรณีการแสดงความยินดีในโอกาสของการเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา การจบการศึกษา การบรรลุตินิภาวะ การแต่งงาน การไปเยี่ยมไข้และการไปเยี่ยมเยียนเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งประสบความเดือดร้อนจากไฟไหม้ จะให้ของขวัญเป็นเงินสดเป็นส่วนใหญ่
    
     ชาวญี่ปุ่นเรียกการให้ของขวัญปีใหม่ว่า โอะโทะชิตะบะ ส่วน โคเค็น คือการได้สิ่งของหรือเงินเพื่อแสดงความเสียใจในงานศพ ส่วนใหญ่จะให้ของขวัญเป็นเงินสด โดยปกติจะไม่มีการส่งของขวัญตอบแทน ในกรณีของการให้ของขวัญเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา การจบการศึกษา วันเกิดและการเยี่ยมเยืยน การเจ็บป่วย หรือได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ แต่เป็นมารยาทที่ควรจะต้องส่งบัตรแสดงความขอบคุณกลับไป

ของขวัญ : วัฒนธรรมจีน : อั่งเปา

     อั่งเปา เป็นของขวัญในทุกเทศกาล ทุกโอกาส ทุกสถานการณ์ ในงานมงคลแสดงความยินดี และแม้แต่ช่วงชีวิตประสบกับโชคไม่ดี อังเปายังเป็นเคล็ดที่ให้เพื่อเป็นเครื่องแสดงว่าชีวิตแต่นี้ไปจะได้พ้นจากความทุกข์ และพบกับเรื่องอันเป็นมงคล ไม่ว่าจะเป็นการเฉลิมฉลอง การให้กำลังใจ การปลอบประโลม การแสดงความขอบคุณ การชดเชยการให้รางวัล การช่วยให้พ้นจากเคราะห์กรรม การให้อังเปา เป็นการแสดงน้ำใจที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์นำไปใช้สอยได้อย่างทันท่วงที

     การให้อั่งเปา พ้นจากเดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติจีน เทศกาลสำคัญที่สุดในชีวิตของชาวจีนก็มาถึง คือ "วันตรุษจีน" วันขึ้นปีใหม่ที่แท้จริงของชาวจีนทั่วโลก นอกจากเป็นสัญลักษณ์ถึงการเริ่มต้นชีวิตอีกขวบปีแล้ว ตรุษจีนยังหมายถึงการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิอันสดชื่นงดงาม ความรื่นเริงบันเทิงใจ "อั่งเปา" ซองแดงบรรจุธนบัตรเป็นของขวัญในการเริ่มต้นชีวิตในขวบปีใหม่และการพักผ่อนอันเบิกบานติดต่อกันนานหลายๆ วัน

     อั่งเปา จึงหมายถึง ห่อหรือซองแดง เหตุผลที่ใช้สีแดงน่าจะสืบเนื่องมาจากพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาและความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณที่ว่าสีแดงเป็นสัญญลักษณ์ของความเป็นมงคลยินดี นอกจากนั้นสีแดงยังเป็นสัญญลักษณ์ของพลังอำนาจที่จะขจัดปัดเป่าสิ่งไม่เป็นมงคลทั้งหลายด้วย
     ก่อนการใช้อั่งเปาอย่างเป็นรูปแบบนั้น ชาวจีนใช้แถบแดงเป็นตัวแทนแห่งความเป็นมงคลและขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่เป็นมงคล

     การให้อั่งเปา เป็นสินน้ำใจ ประเพณีจีนโบราณจึงมักให้อั่งเปา เป็นของขวัญแก่คนรับใช้ที่ญาติมิตรให้นำของขวัญมามอบให้ เรียกว่า "ลี่" หรือ "จิ้งเส่อ" ซึ่งหมายถึง อาศัยแรงงาน หรือไหว้วานด้วยความนับถือ

     อั่งเปา คือ เงินโบนัส ที่เถ้าแก่หรือเจ้าของกิจการมอบให้พนักงานในช่วงเทศกาลตรุษจีน และที่พิเศษคือ ในวันเปิดงานวันแรกของปีหลังวันหยุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน พนักงานจะได้รับอั่งเปาเป็นขวัญ กำลังใจในการเริ่มต้นทำงานในขวบปีใหม่

     อั่งเปา ในงานแต่งงาน เป็นของขวัญในแทบจะทุกขั้นตอน เงินค่าสินสอดนั้นจะใส่ไว้ในซองหรือ ผ้าสีแดง ขนมไหว้ต่างๆ ย้อมเป็นสีแดง เมื่อเจ้าบ่าว เจ้าสาวยกน้ำชาคารวะ ญาติก็จะให้ทองหรือซองอั่งเปาเป็นของขวัญในการเริ่มชีวิตคู่

     อั่งเปา เครดิตการ์ด อั่งเปาได้มีการพัฒนามาจนถึงขั้นเป็นอั่งเปาเครดิตการ์ด ในเทศกาลตรุษจีน พ.ศ.2545 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2545 เด็กๆในเซี่ยงไฮ้ได้รับอั่งเปาในรูปแบบใหม่เป็นบัตรพลาสติกแทนที่จะเป็นเงินสด เมื่อธนาคารไชน่าเอเวออร์ไบรต์จับมือกับศูนย์ยุวชนเซี่ยงไฮ้ จัดทำโครงการ "สัญญาเงินพกกระเป๋า" ให้ผู้ปกครองมอบ เครดิตการ์ดอั่งเปา ให้แก่ ลูกหลาน โดยมีเด็กในโครงการประมาณ 50,000 คนในเซี่ยงไฮ้ซึ่งนับเป็นผลดีทั้งต่อผู้ปกครองและเด็กในการบริหารเงินให้คุ้มค่าด้วย
     ตนเอง เด็กๆจะได้ทราบว่าตนได้อั่งเปามาเท่าใด และใช้จ่ายเท่าใด โดยเด็กจะนำเครดิตการ์ดไปซื้อของแล้วหักผ่านบัญชี
ของโครงการ "เซี่ยงไฮ้" เป็นเมืองทันสมัยและต้องการช่วยปลูกฝังนิสัยการบริโภคใหม่ๆ และความคิดด้านการเงินให้เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งหาเงินไม่ได้ในโรงเรียน ซึ่งทั้งผู้ปกครองและนักเรียนต่างพอใจในโครงการนี้

ที่มา : stu.agri.ubu.ac.t